AI กับความเท่าเทียมทางเพศ ประเด็นกฎหมายและสิทธิมนุษยชน
Student blog — 07/12/2025
- แนะนำอาชีพ “ผู้ช่วยเลขา” ให้ผู้หญิงบ่อยกว่า “หัวหน้าฝ่าย”
- แปลภาษา “หมอ” เป็นคำเพศชายโดยอัตโนมัติ
- วิเคราะห์ใบสมัครงานแล้วคัดผู้ชายเข้ามากกว่าผู้หญิง
- Representation Bias – ข้อมูลที่ใช้ฝึก AI มีบางเพศน้อยเกินไป เช่น ใช้รูปผู้ชายมากกว่าผู้หญิงในชุดอาชีพต่าง ๆ
- Labeling Bias – คนติดป้ายข้อมูลมีอคติ เช่น มองว่าการแต่งกายของผู้หญิง “ไม่เหมาะสม” แต่ของผู้ชาย “ทันสมัย”
- Algorithmic Bias – ตัวอัลกอริทึมเองเรียนรู้จากความไม่สมดุลในข้อมูล
- Societal Bias – AI สะท้อนทัศนคติทางสังคม เช่น มองว่า “ผู้นำที่ดีควรเป็นผู้ชาย”
- ระบบกรองเรซูเม่อัตโนมัติของบริษัทฝึกงาน อาจให้ค่าน้ำหนักกับเพศชายมากกว่าเพศหญิง หากโมเดลเรียนรู้จากข้อมูลอดีต
- แอปเรียนออนไลน์ แนะนำหลักสูตร STEM ให้ผู้ชายบ่อยกว่าผู้หญิง
- AI เขียนบทความ อาจใช้สรรพนามเพศชายเป็นค่าเริ่มต้นในการพูดถึง “ผู้พิพากษา” หรือ “อัยการ”
- Face recognition บางระบบจำใบหน้าของผู้หญิงผิวเข้มได้ยากกว่า ส่งผลต่อการระบุตัวตนผิดพลาด
กฎหมายไทย
- พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA)
- คุ้มครอง “ข้อมูลอ่อนไหว” เช่น เพศ สุขภาพ หรือรสนิยมทางเพศ
- ห้ามเก็บหรือใช้ข้อมูลอ่อนไหวโดยไม่มีความยินยอมชัดแจ้ง
- พระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558
- ห้ามการเลือกปฏิบัติหรือการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมด้วยเหตุแห่งเพศ
- รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 27 และ 32
- รับรองสิทธิความเสมอภาค และสิทธิในความเป็นส่วนตัว
- EU Artificial Intelligence Act (2024): เน้นการออกแบบ AI อย่างมีจริยธรรม ปลอดอคติ และตรวจสอบได้
- OECD AI Principles (2019): ส่งเสริม AI ที่โปร่งใส ยุติธรรม และเคารพสิทธิมนุษย์
- Yogyakarta Principles (2007): รับรองสิทธิของกลุ่มเพศหลากหลาย รวมถึงการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ในปี 2018 บริษัท Amazon เปิดเผยว่าระบบ AI ที่ใช้คัดกรองใบสมัครพนักงานสายเทคโนโลยีมี อคติทางเพศ (Gender Bias) โดย AI “ลดคะแนน” ผู้สมัครที่เป็นผู้หญิงอย่างต่อเนื่อง
สาเหตุคือระบบนี้ถูกฝึกจากข้อมูลเรซูเม่ของพนักงานในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งส่วนใหญ่เป็น “ผู้ชาย” จึงทำให้ AI เรียนรู้โดยไม่รู้ตัวว่า “ผู้สมัครชายเหมาะกับงานเทคโนโลยีมากกว่า”
AI ถึงขั้น “ลดคะแนน” เรซูเม่ที่มีคำว่า “Women’s” เช่น Women’s Chess Club Captain และ ไม่ให้คะแนนสถาบันหญิงล้วน
- ละเมิดหลัก ความเท่าเทียมระหว่างเพศในการจ้างงาน (Equal Employment Opportunity Laws)
- เข้าข่าย “Discrimination by Automated Decision-Making” ภายใต้ EU GDPR มาตรา 22
- ถ้าเทียบกับไทย จะขัดต่อเจตนารมณ์ของ พระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558
- ข้อมูลในอดีตอาจสะท้อนอคติของสังคม
- นักกฎหมายต้องช่วย “ออกแบบกรอบการใช้ AI” เพื่อให้การตัดสินใจอัตโนมัติไม่ละเมิดสิทธิมนุษย์
- “He is a doctor.” → “เขาเป็นหมอ”
- “She is a nurse.” → “เธอเป็นพยาบาล”แต่เมื่อกลับกัน (“She is a doctor.”) มักจะแปลผิด หรือใช้สรรพนามผิดเพศ
- เข้าข่าย “Algorithmic Discrimination” ซึ่งขัดต่อหลัก ความเท่าเทียมและศักดิ์ศรีของบุคคล ตาม รัฐธรรมนูญไทย มาตรา 27
- ข้อมูลภาษาในระบบอัตโนมัติถือเป็น “ข้อมูลเพื่อการประมวลผล” ภายใต้ PDPA มาตรา 23–25 ซึ่งต้องมีมาตรการลดอคติและตรวจสอบได้
- แม้ไม่มีเจตนากีดกัน แต่ AI ที่ขาดการกำกับอาจสร้าง “ผลกระทบเชิงสังคม”
- นักศึกษานิติศาสตร์ควรรู้หลักการ Fairness by Design และ Gender-neutral Language เพื่อใช้ในงานร่างกฎหมายและนโยบายเทคโนโลยี
- ความผิดพลาดของเพศชายผิวขาว < 1%
- ความผิดพลาดของผู้หญิงผิวสีสูงถึง 35%–38%
- เข้าข่ายละเมิดสิทธิใน ความเป็นส่วนตัว (Right to Privacy) และ สิทธิไม่ให้ถูกเลือกปฏิบัติ (Non-discrimination)
- สหภาพยุโรป (EU) อ้างอิงกรณีนี้ประกอบการร่าง AI Act (2024) เพื่อห้ามใช้ AI ที่มีความเสี่ยงสูง (High-risk AI) โดยไม่ผ่านการประเมินผลกระทบ
- หากเทียบกับไทย อาจเกี่ยวข้องกับ
- พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (ข้อมูลใบหน้าเป็นข้อมูลชีวมิติ – Biometric Data)
- และ พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 ในส่วนของระบบ AI ที่ใช้งานในโครงสร้างพื้นฐาน
- “ข้อมูลชีวมิติ (Biometric Data)” ต้องได้รับการคุ้มครองเข้มงวด
- นักศึกษาควรเรียนรู้แนวคิด Proportionality Test เพื่อวิเคราะห์ว่าการใช้เทคโนโลยีของรัฐ “จำเป็นและได้สัดส่วน” หรือไม่
เพราะฉะนั้น การกำกับ AI ไม่ใช่แค่เรื่องของ “โปรแกรมเมอร์” แต่เป็นเรื่องของ “นักกฎหมาย” ด้วยนักกฎหมายรุ่นใหม่ต้องเข้าใจว่า ข้อมูลเพศคือสิทธิมนุษย์,อคติทางอัลกอริทึมคือความไม่เป็นธรรมรูปแบบใหม่ และการออกแบบ AI ที่เคารพศักดิ์ศรีของทุกเพศคือภารกิจสำคัญของสังคมยุคดิจิทัล
- AI เรียนรู้จากมนุษย์ — ถ้ามนุษย์มีอคติ ระบบก็จะมีอคติ
- กฎหมายคือกรอบกำกับที่ทำให้เทคโนโลยี “รับผิดชอบได้”
- นักศึกษากฎหมายยุคใหม่ต้องเข้าใจทั้ง “สิทธิ” และ “โค้ด” เพื่อเป็นสะพานเชื่อมระหว่างความยุติธรรมกับนวัตกรรม
หากคุณอยากเป็นนักกฎหมายที่ไม่เพียงรู้ตัวบท แต่ เข้าใจเทคโนโลยี เข้าใจเพศ เข้าใจคนมาร่วมเรียนรู้กับเรา
⚖️ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (UTCC) หลักสูตรที่ผสาน “กฎหมาย – เทคโนโลยี – สิทธิมนุษยชน”เพื่อสร้างนักกฎหมายรุ่นใหม่ที่พร้อมปกป้องสิทธิของทุกเพศในโลกจริงและโลกดิจิทัล
📞 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสมัครเรียน ตามรายละเอียดข้างล่าง
การสมัครเรียน ป.ตรี สำหรับผู้จบการศึกษา ม.6 กศน. ปวช. ปวส. หรือเทียบโอน
ใช้กองทุน กยศ. หรือผ่อนชำระค่าเทอมได้
📌ข้อดี
- 🖌️ จบแล้วได้ skill Certificate เฉพาะทาง
- 🖌️ เรียนจบภายใน 3 ปีครึ่ง
- 🖌️ มีสหกิจศึกษา พร้อมฝึกปฏิบัติงาน ก่อนทำงานจริง
- 🖌️ เรียนต่อเนติบัณฑิตยสภาได้
- 🖌️ สอบตั๋วทนายความได้
- 🖌️ เรียนวิชาเฉพาะด้านที่ทันสมัยกับตัวจริง Guru
- 🖌️ ได้รับการรับรองจาก ก.พ. และ อ.ว.
📌สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ ศูนย์รับสมัครนักศึกษาใหม่ ระดับบัณฑิตศึกษา
- โทร: 0953675508/02-697-6000
- 📥 สอบถามเพิ่มเติม หลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต
- 📌 ID Line : 0953675508
- 📌 IG : law_utcc
- 📌Facebook: UtccLawSchool
มาเป็นครอบครัวหอการค้าด้วยกัน
📌สมัครเรียนง่ายได้ 3 ช่องทาง
- สมัครเรียนออนไลน์ Line : @utcccare (อย่าลืม @) https://lin.ee/x53Mxlf
- หรือ https://admissions.utcc.ac.th/ *สมัครแล้วอย่าลืมทักไลน์นะ
- สมัครด้วยตนเองที่ ศูนย์รับสมัครนักศึกษาใหม่ ม.หอการค้าไทย อาคาร 24 (อาคารสัญลักษณ์) ชั้น 2
ตั้งแต่เวลา 08.30 – 17.00 น. 📌พิกัดการเดินทาง: https://goo.gl/maps/JEY6UvPL8Qh8NyyM9
สอบถามเพิ่มเติม ศูนย์รับสมัครนักศึกษาใหม่ ม.หอการค้าไทย โทร 02-697-6969