โลกออนไลน์กับมิติเพศ ทำไมต้องใส่ใจ
Student blog — 07/12/2025
ชีวิตดิจิทัล = พื้นที่เสี่ยง แต่กฎหมายช่วยสร้างเกราะป้องกันได้
จากรายงานของ European Institute for Gender Equality ในปี 2022 พบว่าผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะถูกภัยคุกคามทางออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกลั่นแกล้งทางอินเทอร์เน็ตถึงร้อยละ 50.9% ขณะที่การศึกษาของหน่วยงานสิทธิพื้นฐานของสหภาพยุโรป เผยแพร่ในปี 2024 ยังพบว่า ประมาณสองในสาม (63%) ของผู้ตอบแบบสำรวจที่เป็นกลุ่ม LGBTIQA+ มักประสบหรือพบเห็นการคุกคามทางออนไลน์ ซึ่งการคุกคามดังกล่าวรวมถึงการเรียกร้องให้ใช้ความรุนแรงกับกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศและการใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสม เช่น การเรียกว่า ‘ผิดธรรมชาติ’ หรือ ‘ป่วยทางจิต’
นอกจากนี้ร้อยละ 11 ของผู้ตอบแบบสำรวจเคยได้รับความคิดเห็นทางออนไลน์ในลักษณะข่มขู่หรือใช้ถ้อยคำรุนแรง และประมาณร้อยละ 9 เคยได้รับอีเมลที่คล้ายเป็นการกลั่นแกล้งทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนส่งผลกระทบทางจิตใจ และอาจก่อให้เกิดผลกระทบในโลกกายภาพอีกด้วย
ดังนั้น สิ่งที่นักกฎหมายรุ่นใหม่ต้องตระหนักคือ เพศ กับ Privacy ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัว แต่เกี่ยวพันกับ “สิทธิ” และ “ความปลอดภัย” ที่กฎหมายต้องเข้ามาดูแล
การสื่อสารที่มุ่งสร้างความเกลียดชัง ไม่ได้จำกัดอยู่เพียง “คำพูด” แต่รวมถึงรูปภาพ การ์ตูน วิดีโอ หรือข้อความที่ตัดต่อเพื่อบิดเบือนความจริง โดยเฉพาะคำพูดเกลียดชังทางเพศ (Gender-based hate speech) มักมุ่งโจมตีบุคคลตามอัตลักษณ์ทางเพศ เช่น การเหยียดเพศหญิง (Misogyny) หรือการล้อเลียนเพศหลากหลาย ซึ่งเข้าข่าย การคุกคามทางเพศออนไลน์ ตามแนวทางของ พระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558
ภัยนี้เกิดจากการเข้าถึงหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งถือเป็นการละเมิด สิทธิในความเป็นส่วนตัว ภายใต้ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) และยังเข้าข่าย การละเมิดความปลอดภัยทางไซเบอร์ ตามหลัก พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562ของไทยด้วย ตัวอย่างเช่น โปรแกรม Stalkerware ที่สามารถดึงข้อมูลส่วนตัวจากอุปกรณ์ของเหยื่อได้แบบเรียลไทม์ หรืออุปกรณ์ Internet of Things (IoT) เช่น Bluetooth และ Wi-Fi ที่ถูกใช้เพื่อสะกดรอยหรือล้วงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต การละเมิดในลักษณะนี้มักถูกทำให้ชอบธรรมผ่าน “ทัศนคติแบบโทษเหยื่อ” เช่น การกล่าวหาว่าเหยื่อ “ตั้งรหัสผ่านไม่ดี” หรือ “ยินยอมให้ถ่ายวิดีโอเอง” ซึ่งสะท้อนอคติทางเพศที่ยังฝังรากในสังคมดิจิทัล
ภัยไซเบอร์อีกรูปแบบหนึ่งเกิดจาก การใช้อำนาจของรัฐที่ล้ำเส้นความจำเป็น โดยอ้างเหตุผลด้าน “ความมั่นคงของรัฐ” เพื่อเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลในระดับที่เกินสัดส่วน เช่น การตรวจสอบประวัติทางออนไลน์ การเฝ้าระวังเนื้อหา หรือการควบคุมการแสดงออกทางเพศในสื่อดิจิทัล ซึ่งสร้างคำถามสำคัญต่อหลัก ความได้สัดส่วน (Proportionality) และการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานตาม รัฐธรรมนูญไทย มาตรา 32 และ กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR)
ตัวอย่างภัยไซเบอร์ในชีวิตประจำวัน
- ภัยคุกคามเหล่านี้ไม่ได้อยู่ไกลตัว แต่อยู่ในแอปพลิเคชันที่เราใช้ทุกวันตัวอย่างเช่น แอปติดตามสุขภาพที่เก็บข้อมูลละเอียดอ่อนอย่าง “รอบเดือน” “รูปแบบการนอน” หรือ “อุณหภูมิร่างกาย” ซึ่งหากข้อมูลเหล่านี้รั่วไหล อาจถูกใช้ในการคาดเดาสภาวะทางสุขภาพ การตั้งครรภ์ หรือพฤติกรรมทางเพศได้โดยไม่รู้ตัว
- การแอบถ่ายในหอพักหรือพื้นที่ส่วนตัว บางกรณีเกิดจากการติดตั้งกล้องหรืออุปกรณ์อัจฉริยะ (IoT) ที่ไม่ได้รับอนุญาต เช่น กล้องในห้องน้ำ ห้องพัก หรือห้องแต่งตัวในมหาวิทยาลัย
- การใช้แอปพลิเคชันติดตาม (Tracking App) โดยคู่รักหรือเพื่อน เช่น การเปิดแชร์โลเคชัน การขอรหัสผ่านโซเชียล หรือการใช้แอปที่ติดตามตำแหน่งโดยไม่บอกให้ทราบ
- ใช้รหัสผ่านที่แตกต่างกันในแต่ละแพลตฟอร์ม
- ไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเกินความจำเป็น เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ หรือสถานที่พัก
- เปิดใช้ระบบยืนยันตัวตนสองชั้น (2FA)
- จัดการกับการละเมิดข้อมูลอย่างจริงจัง — หากพบว่าข้อมูลถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ให้รีบแจ้งแพลตฟอร์มหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- เปิดพื้นที่พูดคุยกับบุตรหลานเรื่องอัตลักษณ์ทางเพศ
- ทำความเข้าใจพฤติกรรมออนไลน์ของวัยรุ่นโดยไม่ตัดสิน
- สอนวิธีใช้อินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัยผ่านกิจกรรมที่เข้าใจง่าย เช่น นิทาน เกม หรือสื่อภาพ
- หากพบการกลั่นแกล้งทางเพศหรือการละเมิดความเป็นส่วนตัวในกลุ่มเรียน/กลุ่มกิจกรรม ให้บันทึกหลักฐานและแจ้งอาจารย์ที่ปรึกษาหรือศูนย์ให้คำปรึกษาของคณะ
- มหาวิทยาลัยควรมี นโยบายการใช้สื่อออนไลน์อย่างรับผิดชอบ และช่องทางร้องเรียนที่เป็นความลับ เพื่อปกป้องนักศึกษาผู้เสียหาย
- ชมรมและองค์กรนักศึกษาควรมีแบบฟอร์มขอความยินยอมก่อนเก็บข้อมูลส่วนตัว เช่น เพศ รสนิยม หรือภาพถ่ายกิจกรรม
นักศึกษาควรเข้าร่วมกิจกรรมการอบรม/กิจกรรมเสริมทักษะ เช่น
- Workshop “รู้เท่าทันภัยไซเบอร์ทางเพศ”
- คลินิกกฎหมายดิจิทัล (Digital Law Clinic) ให้คำปรึกษาเบื้องต้นแก่เพื่อนนักศึกษา
- กิจกรรมจำลองคดี (Moot Court) ที่เกี่ยวข้องกับคดีละเมิดความเป็นส่วนตัวหรือคุกคามทางเพศออนไลน์
โดยเฉพาะในประเด็น เพศ ความเท่าเทียม และความปลอดภัยทางไซเบอร์
- หลักสูตรทันสมัยเน้นกฎหมายดิจิทัล เช่น PDPA, Cybersecurity Act, AI Governance, และสิทธิมนุษย์ในยุคเทคโนโลยี
- เรียนกับผู้เชี่ยวชาญจริงวิทยากรจากภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรเทคโนโลยีระดับประเทศ
- Workshop จำลองคดีไซเบอร์จริงฝึกวิเคราะห์กรณี Deepfake, Online Harassment, หรือ Data Breach สร้างประสบการณ์ที่ใช้ได้ทั้งในชั้นเรียนและโลกการทำงาน
- กิจกรรมเสริมทักษะ “Pride & Privacy”เวิร์กช็อปและค่ายเยาวชนนิติศาสตร์ที่ส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศและความปลอดภัยในโลกออนไลน์
- Career Path ชัดเจนหลังเรียนจบ
- นักกฎหมายองค์กรด้านเทคโนโลยี
- เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO)
- ผู้ตรวจสอบความปลอดภัยไซเบอร์
- ที่ปรึกษากฎหมายด้านสิทธิมนุษย์และดิจิทัล
📌 หากคุณต้องการเป็นนักกฎหมายที่มีทั้ง “ความรู้ทางกฎหมาย” และ “วิสัยทัศน์เพื่อโลกและสังคม” — เรียนต่อที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คือทางเลือกที่คุณไม่ควรพลาด!
📞 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสมัครเรียน ตามรายละเอียดข้างล่าง
การสมัครเรียน ป.ตรี สำหรับผู้จบการศึกษา ม.6 กศน. ปวช. ปวส. หรือเทียบโอน
ใช้กองทุน กยศ. หรือผ่อนชำระค่าเทอมได้
📌ข้อดี
- 🖌️ จบแล้วได้ skill Certificate เฉพาะทาง
- 🖌️ เรียนจบภายใน 3 ปีครึ่ง
- 🖌️ มีสหกิจศึกษา พร้อมฝึกปฏิบัติงาน ก่อนทำงานจริง
- 🖌️ เรียนต่อเนติบัณฑิตยสภาได้
- 🖌️ สอบตั๋วทนายความได้
- 🖌️ เรียนวิชาเฉพาะด้านที่ทันสมัยกับตัวจริง Guru
- 🖌️ ได้รับการรับรองจาก ก.พ. และ อ.ว.
📌สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ ศูนย์รับสมัครนักศึกษาใหม่ ระดับบัณฑิตศึกษา
- โทร: 0953675508/02-697-6000
- 📥 สอบถามเพิ่มเติม หลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต
- 📌 ID Line : 0953675508
- 📌 IG : law_utcc
- 📌Facebook: UtccLawSchool
มาเป็นครอบครัวหอการค้าด้วยกัน
📌สมัครเรียนง่ายได้ 3 ช่องทาง
- สมัครเรียนออนไลน์ Line : @utcccare (อย่าลืม @) https://lin.ee/x53Mxlf
- หรือ https://admissions.utcc.ac.th/ *สมัครแล้วอย่าลืมทักไลน์นะ
- สมัครด้วยตนเองที่ ศูนย์รับสมัครนักศึกษาใหม่ ม.หอการค้าไทย อาคาร 24 (อาคารสัญลักษณ์) ชั้น 2
ตั้งแต่เวลา 08.30 – 17.00 น. 📌พิกัดการเดินทาง: https://goo.gl/maps/JEY6UvPL8Qh8NyyM9
สอบถามเพิ่มเติม ศูนย์รับสมัครนักศึกษาใหม่ ม.หอการค้าไทย โทร 02-697-6969