Decoding (Local) Law EP.1 ถอดรหัสกฎหมายท้องถิ่นไทย ตอนที่ 1 “2 สมัยติดต่อกันแล้ว ชัชชาติจะลุยยาวเป็นผู้ว่าฯ กทม. สมัยที่ 3”

Student blog — 24/08/2026

Knowledge
Decoding (Local) Law EP.1 ถอดรหัสกฎหมายท้องถิ่นไทย ตอนที่ 1 “2 สมัยติดต่อกันแล้ว ชัชชาติจะลุยยาวเป็นผู้ว่าฯ กทม. สมัยที่ 3”

หลังจากวันที่ 29 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ก็เป็นที่ยืนยันแล้วว่า ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คือ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่สื่อทุกสำนักมั่นใจว่า นอนมาเป็นผู้ว่าฯ สมัยที่ 2 อย่างแน่นอน และก็ชนะไปด้วยคะแนน 1.53 ล้านเสียง ทิ้งขาดที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 แบบที่ 3 คนรวมกันก็ยังแพ้ ได้แก่ มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครอิสระ 3.04 แสนเสียง ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร พรรคประชาชน 1.88 แสนเสียง และอนุชา บูรพชัยศรี 1.06 แสนเสียง ที่สำคัญ คือ ชัชชาติแข็งแกร่งถึงขนาดเอาชนะตัวเองเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ซึ่งในครั้งก่อน ชัชชาติได้คะแนนไป 1.38 ล้านเสียง ถึงแม้ว่าผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งจะน้อยกว่าเดิมก็ตาม

ผลการเลือกตั้งในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในตัวชัชชาติที่เพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่แนวโน้มนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด ที่หากย้อนกลับไปในอดีตที่มีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 2 สมัยติดต่อกันตั้งแต่ พ.ศ. 2547 กับ 2551 ที่อภิรักษ์ โกษะโยธิน และ พ.ศ. 2552 กับ 2556 ที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จากพรรคประชาธิปัตย์ ในสมัยที่ 2 ก็ล้วนได้คะแนนที่สูงขึ้นทั้งสิ้น จึงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจแต่อย่างใด แต่สิ่งที่น่าสนใจมากกว่า คือ ทำไมทั้งอภิรักษ์ โกษะโยธิน และ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ถึงจบที่แค่เลข 2 ไม่มีเลข 3

คำถามดังกล่าวเป็นคำถามที่สำคัญ เพราะถ้ากระแสชัชชาติฟีเวอร์ยังคงแรงเช่นนี้ ก็สามารถกลับมาตั้งคำถามในกรณีของชัชชาติได้เช่นกันว่า ชัชชาติจะเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สมัยที่ 3 ได้หรือไม่ ?

หากจะตอบคำถามนี้อย่างตรงไปตรงมาโดยอาศัยตัวบทกฎหมาย ก็ต้องตอบว่า “ไม่ได้” เพราะกฎหมายที่กำหนดวาระการดำรงตำแหน่งของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้แก่ พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 กำหนดไว้อย่างชัดแจ้งในมาตรา 47 ว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละ 4 ปี นับแต่วันเลือกตั้ง จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกิน 2 วาระไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้น การนับวาระ ไม่ถือเอาจำนวนปีเป็นสาระสำคัญ กล่าวคือ หากวาระหนึ่งวาระใด ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครไม่ถึง 4 ปี ก็นับเป็น 1 วาระทั้งสิ้น ดังนั้น ไม่ว่าชัชชาติจะลงจากตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในสมัยที่ 2 นี้เมื่อใดก็ตาม ชัชชาติก็ไม่สามารถกลับมาเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้อีก

ลักษณะของการดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน 2 วาระ ก็มีความสอดคล้องกับตำแหน่งบริหารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น ๆ เช่น นายกเทศมนตรีก็มีรูปแบบเดียวกัน แต่ลักษณะเช่นนี้จะไม่ถูกนำไปใช้กับตำแหน่งทางการเมืองที่สำคัญในระดับชาติ เช่น นายกรัฐมนตรี ที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ตั้งแต่ฉบับ พ.ศ. 2540 ที่ไม่มีการกำหนดจำนวนปีและวาระในการดำรงตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีเอาไว้ จนกระทั่ง ฉบับ พ.ศ. 2550 และ 2560 ที่มีการกำหนดกรอบระยะเวลาการดำรงตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีเอาไว้ที่ ไม่เกิน 8 ปี มากกว่าจะพิจารณาไปที่วาระในการดำรงตำแหน่ง ซึ่งจะแตกต่างจากตำแหน่งรัฐมนตรี หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตลอดจนสมาชิกสภาท้องถิ่นที่จะเป็นกี่ปี กี่สมัยก็ได้

ภาพจาก พรรคภูมิใจไทย
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการกำหนดวาระการดำรงตำแหน่งของผู้บริหารท้องถิ่นกำลังจะเปลี่ยนแปลงไปอีกครั้ง ภายใต้การนำของรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยที่มีอนุทิน ชาญวีรกูล ที่เป็นนายกรัฐมนตรีคนล่าสุดและดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมาอย่างยาวนาน โดยพรรคภูมิใจไทยได้มีการเสนอร่างพระราชบัญญัติ 3 ฉบับ ได้แก่ ร่างพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัดฯ ร่างพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบลฯ และร่างพระราชบัญญัติเทศบาลฯ ที่ถูกมองว่าเป็นการ “ปลดล็อค” ศักยภาพให้กับท้องถิ่นผ่านการขยายขอบเขตวาระการดำรงตำแหน่งของทั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด นายกเทศมนตรี และนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ให้ไม่ถูกจำกัดอยู่ที่ 2 วาระอีกต่อไป ด้วยสามารถดำรงตำแหน่งได้มากกว่า 2 วาระ ด้วยเหตุผลเพื่อ “พัฒนาท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง” และยังมีลดกรอบอายุลงจากที่จะเป็นผู้บริหารท้องถิ่นได้ จะต้องมีอายุครบ 35 ปีบริบูรณ์ ให้ลดลงเหลือ 25 ปีบริบูรณ์ เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้กับคนรุ่นใหม่ได้เป็นผู้บริหารท้องถิ่น ซึ่งที่ประชุมวุฒิสภาได้มีมติเห็นชอบร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยเมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา ในอนาคตไม่นานนี้ เราก็ (อาจ) จะได้เห็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด นายกเทศมนตรี และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ที่มีอายุน้อยกว่า 35 ปี แต่ที่จะได้เห็นอย่างแน่นอน คือ การดำรงตำแหน่งที่มากกว่า 2 วาระของผู้บริหารท้องถิ่น

ภาพจาก The Standard Team
ทว่า ร่างกฎหมายที่ผ่านไปถึงวุฒิสภามีแค่เพียงร่างพระราชบัญญัติที่มาจากทางฝั่งรัฐบาลเท่านั้น และรัฐบาลเองก็ยังไม่มีนโยบายเกี่ยวกับวาระการดำรงตำแหน่งของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแต่อย่างใด ประกอบกับแม้จะมีการเสนอมาจากภาคส่วนอื่น ๆ แต่ก็ยังไม่มีร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานครอื่น ๆ ที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรและไปถึงชั้นวุฒิสภาแม้แต่ฉบับเดียว แม้จะมีความพยายามในการเสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวจากทางกรุงเทพมหานครเองทั้งในแง่การปรับปรุงอำนาจและภารกิจ โครงสร้างการจัดเก็บรายได้ ไปจนถึงการปรับโครงสร้างของกรุงเทพมหานครให้เป็น 2 ระดับ คือ ระดับเมืองและระดับเขตที่ต่างมาจากการเลือกตั้ง หรือแม้แต่การเสนอร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานครทั้งฉบับที่เสนอโดยนายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สมาชิกพรรคประชาชน ที่จะมีการแก้ไขโดยตรงเกี่ยวกับวาระการดำรงตำแหน่งของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครโดยที่มีการตัดถ้อยคำว่า “จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้” ทิ้งไปเสีย ทำให้เข้าใจได้ว่า มีความต้องการที่จะให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครสามารถดำรงตำแหน่งได้มากกว่า 2 วาระเช่นเดียวกัน

ภาพจากประชาไท

อาจจะต้องติดตามดูกันต่อไป เพราะทั้งทางฝากฝั่งรัฐบาลและฝ่ายค้านเอง มีแนวโน้มที่จะเห็นพ้องต้องการในเรื่อง “วาระการดำรงตำแหน่ง” ของผู้บริหารท้องถิ่น แต่ด้วยจุดยืนทางการเมืองและฐานของคะแนนเสียงที่มาจากคนละส่วน ทำให้การผลักดันของรัฐบาลจึงไปมุ่งเน้นที่ผู้บริหารท้องถิ่นรูปแบบทั่วไปทั้งหมดทั่วประเทศ และกรุงเทพมหานครเองไม่ใช่ฐานเสียงของพรรคภูมิใจไทย (แม้ในการเลือกตั้งที่ผ่านมาก็มีผลคะแนนที่ไม่น้อยก็ตาม) ทำให้การผลักดันจึงเป็นของพรรคประชาชนที่ถือฐานเสียงทั้งในระดับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ยึดครองกรุงเทพมหานครได้ทั้งจังหวัด และสมาชิกสภากรุงเทพมหานครที่พรรคประชาชนเป็นเสียงข้างมากในการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครพร้อมกันกับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่ผ่านมา ซึ่งเมื่อเป็นประเด็นทางการเมืองแล้ว แม้ต่างฝ่ายจะเห็นพ้องต้องตรงกันในเรื่องวาระการดำรงตำแหน่ง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฟากฝั่งรัฐบาลจะสนับสนุนให้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ผ่านไปได้โดยง่าย

คนกรุงเทพมหานครที่อาจจะชื่นชอบผู้ว่าฯ ชัชชาติ อาจจะต้องไปลุ้นว่า จะมีโอกาสได้เห็นผู้ว่าฯ ชัชชาติ ในสมัยที่ 3 หรือไม่ แต่ถ้าร่างกฎหมายดังกล่าวไม่ผ่านทั้งสองสภาภายใน 2 ถึง 3 ปี นี้ก็คงจะหมดสิทธิที่จะได้เห็น หรือผู้สนับสนุนอาจจะมองไปไกลกว่าการเมืองระดับท้องถิ่นและคาดหวังให้ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่เคยเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กลับมาเล่นการเมืองในระดับชาติอีกครั้ง

ใน EP. 2 ของ Decoding (Local) Law: ถอดรหัสกฎหมายท้องถิ่นไทย จะเป็นเรื่องอะไร โปรดรอติดตาม

🌈 ก้าวแรกสู่การเป็นนักกฎหมายแห่งอนาคต
หากคุณอยากเป็นนักกฎหมายที่ไม่เพียงรู้ตัวบท แต่ เข้าใจเทคโนโลยี เข้าใจเพศ เข้าใจคนมาร่วมเรียนรู้กับเรา

⚖️ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (UTCC)
หลักสูตรที่ผสาน “กฎหมาย – เทคโนโลยี – สิทธิมนุษยชน” เพื่อสร้างนักกฎหมายรุ่นใหม่ที่พร้อมปกป้องสิทธิของทุกเพศในโลกจริงและโลกดิจิทัล

📞 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสมัครเรียน ตามรายละเอียดข้างล่าง

การสมัครเรียน ป.ตรี สำหรับผู้จบการศึกษา ม.6 กศน. ปวช. ปวส. หรือเทียบโอน
ใช้กองทุน กยศ. หรือผ่อนชำระค่าเทอมได้

📌ข้อดี

  • 🖌️ จบแล้วได้ skill Certificate เฉพาะทาง
  • 🖌️ เรียนจบภายใน 3 ปีครึ่ง
  • 🖌️ มีสหกิจศึกษา พร้อมฝึกปฏิบัติงาน ก่อนทำงานจริง
  • 🖌️ เรียนต่อเนติบัณฑิตยสภาได้
  • 🖌️ สอบตั๋วทนายความได้
  • 🖌️ เรียนวิชาเฉพาะด้านที่ทันสมัยกับตัวจริง Guru
  • 🖌️ ได้รับการรับรองจาก ก.พ. และ อ.ว.

📌สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ ศูนย์รับสมัครนักศึกษาใหม่ ระดับบัณฑิตศึกษา

  • โทร: 0953675508/02-697-6000
  • 📥 สอบถามเพิ่มเติม หลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต
  • 📌 ID Line : 0953675508
  • 📌 IG : law_utcc
  • 📌Facebook: UtccLawSchool

มาเป็นครอบครัวหอการค้าด้วยกัน

📌สมัครเรียนง่ายได้ 3 ช่องทาง

  • สมัครเรียนออนไลน์ Line : @utcccare (อย่าลืม @) https://lin.ee/x53Mxlf
  • หรือ https://admissions.utcc.ac.th/ *สมัครแล้วอย่าลืมทักไลน์นะ
  • สมัครด้วยตนเองที่ ศูนย์รับสมัครนักศึกษาใหม่ ม.หอการค้าไทย อาคาร 24 (อาคารสัญลักษณ์) ชั้น 2
    ตั้งแต่เวลา 08.30 – 17.00 น. 📌พิกัดการเดินทาง: https://goo.gl/maps/JEY6UvPL8Qh8NyyM9

สอบถามเพิ่มเติม ศูนย์รับสมัครนักศึกษาใหม่ ม.หอการค้าไทย โทร 02-697-6969

แชร์บทความนี้

หลักสูตร