ยุคนี้ใช้ AI ยิงแอดได้ แต่ต้องระวัง PDPA ด้วย
Student blog — 24/05/2026
หัวใจสำคัญของการตลาดยุคใหม่คือ “ข้อมูล” เพราะ AI จะทำงานได้ดีเพียงใด ขึ้นอยู่กับปริมาณและคุณภาพของข้อมูลที่นำมาวิเคราะห์ เช่น ข้อมูลชื่อ อีเมล เบอร์โทรศัพท์ ประวัติการซื้อสินค้า พฤติกรรมการใช้งานเว็บไซต์ ตำแหน่งที่ตั้งหรือความสนใจของผู้บริโภค ข้อมูลเหล่านี้อาจถูกนำไปใช้เพื่อสร้างโฆษณาเฉพาะบุคคล หรือคาดการณ์แนวโน้มการตัดสินใจซื้อของลูกค้าได้ แต่ในทางกฎหมายหากธุรกิจเก็บ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวโดยไม่มีฐานทางกฎหมายรองรับ ก็อาจเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวของเจ้าของข้อมูลได้
ภายใต้หลักกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ประกอบการที่นำ AI มาใช้ในการทำการตลาดต้องคำนึงถึงหลักสำคัญหลายประการ ประการแรก คือ หลักการเก็บข้อมูลเท่าที่จำเป็น ธุรกิจไม่ควรเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเกินกว่าความจำเป็นต่อวัตถุประสงค์ทางการตลาด เช่น หากต้องการส่งข่าวสารทางอีเมล ก็ไม่ควรเก็บข้อมูลที่ละเอียดอ่อนเกินความจำเป็น ประการที่สอง คือ การแจ้งวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลต้องทราบว่าข้อมูลของตนจะถูกนำไปใช้เพื่ออะไร ใช้กับระบบ AI ในลักษณะใด และมีการเปิดเผยต่อบุคคลภายนอกหรือไม่ ประการที่สาม คือ การขอความยินยอมอย่างถูกต้องโดยเฉพาะกรณีการทำโฆษณาเชิงพาณิชย์ การติดตามพฤติกรรมออนไลน์ หรือการใช้ข้อมูลเพื่อวิเคราะห์เชิงลึก ธุรกิจต้องระมัดระวังให้การขอความยินยอมเป็นไปโดยชัดแจ้งและตรวจสอบได้
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ การใช้ AI อาจนำไปสู่การตัดสินใจแบบอัตโนมัติ เช่น การแบ่งกลุ่มลูกค้า การประเมินความน่าจะเป็นในการซื้อสินค้าหรือการกำหนดโฆษณาเฉพาะบุคคล ซึ่งแม้จะเป็นประโยชน์ทางธุรกิจแต่ก็อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงในเรื่อง ความโปร่งใส และ ความเป็นธรรมได้ หากระบบเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ทราบหรือไม่สามารถเข้าใจเหตุผลของการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ดังกล่าว ในมุมมองทางกฎหมาย จึงควรมีมาตรการกำกับดูแลให้การใช้ AI มีความรับผิดชอบ อธิบายได้ และไม่เลือกปฏิบัติต่อผู้บริโภค
สำหรับนักกฎหมายและนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ประเด็น AI กับการทำการตลาด และกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคล ถือเป็นพื้นที่ใหม่ที่น่าศึกษาอย่างยิ่ง เพราะเป็นจุดตัดระหว่างเทคโนโลยี ธุรกิจ และสิทธิของประชาชน การทำความเข้าใจหลักกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจะช่วยให้สามารถวิเคราะห์ได้ว่า ธุรกิจควรใช้ AI อย่างไรจึงจะไม่ละเมิดสิทธิของเจ้าของข้อมูล และหน่วยงานของรัฐควรกำกับดูแลอย่างไรให้เกิดสมดุลระหว่างการส่งเสริมนวัตกรรมกับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน
กล่าวโดยสรุป AI กับการทำการตลาด ไม่ใช่เพียงเรื่องของประสิทธิภาพทางธุรกิจเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องของความชอบด้วยกฎหมาย ความโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อข้อมูลส่วนบุคคลในเวลาเดียวกัน ธุรกิจที่ต้องการใช้ AI ให้เกิดประโยชน์สูงสุดจึงต้องไม่มองข้ามกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคล เพราะในโลกการตลาดยุคใหม่ ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคคือทรัพยากรสำคัญไม่แพ้ข้อมูลที่นำมาใช้วิเคราะห์เลย
หลักสำคัญของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล คือ การที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะเก็บรวบรวบ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ ต้องมีฐานกฎหมายรองรับ ซึ่ง “ความยินยอม” เป็นหนึ่งในฐานทางกฎหมายที่สำคัญและถูกกล่าวถึงบ่อยที่สุด โดยเฉพาะในกรณีที่องค์กรต้องการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้กับระบบ AI เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรม คาดการณ์ความสนใจ หรือเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์อื่นที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอาจไม่ได้คาดหมายไว้ตั้งแต่ต้น หากไม่มีฐานกฎหมายอื่นรองรับอย่างชัดเจน การขอความยินยอมอย่างถูกต้องจึงเป็นเงื่อนไขสำคัญที่องค์กรไม่อาจมองข้าม
ในทางปฏิบัติปัญหาที่พบได้บ่อยคือ หลายองค์กรอาจขอความยินยอมแบบกว้างเกินไป เช่น ใช้ข้อความรวม ๆ ว่าเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลยินยอมให้นำข้อมูลไปใช้เพื่อ “พัฒนาบริการ” หรือ “วิเคราะห์ข้อมูล” โดยไม่ได้อธิบายให้ชัดเจนว่าข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจะถูกนำไปประมวลผลโดย AI อย่างไร ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด และอาจส่งผลกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในลักษณะใดบ้าง การขอความยินยอมในลักษณะนี้อาจไม่สอดคล้องกับหลักกฎหมายที่กำหนดให้ความยินยอมต้องเป็น ความยินยอมโดยชัดแจ้ง เป็นอิสระ เฉพาะเจาะจง และได้รับข้อมูลอย่างเพียงพอ ก่อนการตัดสินใจ
เมื่อองค์กรใช้ AI กับข้อมูลส่วนบุคคล ประเด็นที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ คือ ความโปร่งใสในการแจ้งรายละเอียดแก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลควรทราบว่ามีการใช้ระบบอัตโนมัติหรือ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูลของตนหรือไม่ ข้อมูลประเภทใดถูกนำไปใช้ ระยะเวลาในการเก็บรักษาเป็นเท่าใด และข้อมูลนั้นจะถูกส่งต่อให้บุคคลภายนอกหรือผู้พัฒนาระบบหรือไม่ หากองค์กรไม่เปิดเผยข้อมูลเหล่านี้อย่างเพียงพอ การขอความยินยอมก็อาจถูกตั้งคำถามถึงความสมบูรณ์ตามกฎหมายได้
นอกจากนี้ การใช้ AI ยังเชื่อมโยงกับความเสี่ยงเรื่องการตัดสินใจโดยอัตโนมัติ ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อสิทธิของเจ้าของข้อมูล เช่น การจัดกลุ่มลูกค้า การประเมินความน่าเชื่อถือ หรือการนำเสนอสิทธิประโยชน์ที่แตกต่างกันตามผลการวิเคราะห์ของระบบ หากองค์กรจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์เช่นนี้ การขอความยินยอมยิ่งต้องมีความชัดเจนมากขึ้น และควรมีมาตรการรองรับเพื่อให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถใช้สิทธิของตนได้ เช่น สิทธิถอนความยินยอม สิทธิขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล หรือสิทธิขอให้ลบข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่ไม่ประสงค์ให้ข้อมูลส่วนบุคคบถูกนำไปใช้ต่อไป
สำหรับมุมมองทางวิชาการในคณะนิติศาสตร์ ประเด็น AI กับการขอความยินยอมตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เป็นหัวข้อที่สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายใหม่ของกฎหมายในสังคมดิจิทัลอย่างชัดเจน เพราะแม้เทคโนโลยี AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ข้อมูล แต่กฎหมายยังคงยืนยันหลักสำคัญว่า เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลต้องได้รับการคุ้มครองและต้องมีอำนาจตัดสินใจเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของตนเองอย่างแท้จริง ดังนั้น การออกแบบระบบขอความยินยอมจึงไม่ใช่เพียงเรื่องทางเทคนิคหรือเอกสารทางธุรกิจ แต่เป็นเรื่องของสิทธิ เสรีภาพ และความชอบด้วยกฎหมายโดยตรง
กล่าวโดยสรุป การใช้ AI ภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการขอความยินยอมอย่างถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้ องค์กรที่ต้องการใช้ AI ให้เกิดประโยชน์สูงสุดจึงควรออกแบบกระบวนการขอความยินยอมให้ชัดเจน เข้าใจง่าย และเคารพสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เพราะในท้ายที่สุด ความน่าเชื่อถือขององค์กรจะไม่ได้ขึ้นอยู่เพียงกับความล้ำหน้าของเทคโนโลยี แต่ขึ้นอยู่กับความรับผิดชอบต่อข้อมูลส่วนบุคคลด้วยเช่นกัน
🌈 ก้าวแรกสู่การเป็นนักกฎหมายแห่งอนาคต
หากคุณอยากเป็นนักกฎหมายที่ไม่เพียงรู้ตัวบท แต่ เข้าใจเทคโนโลยี เข้าใจเพศ เข้าใจคนมาร่วมเรียนรู้กับเรา
⚖️ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (UTCC)
หลักสูตรที่ผสาน “กฎหมาย – เทคโนโลยี – สิทธิมนุษยชน”เพื่อสร้างนักกฎหมายรุ่นใหม่ที่พร้อมปกป้องสิทธิของทุกเพศในโลกจริงและโลกดิจิทัล
📞 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสมัครเรียน ตามรายละเอียดข้างล่าง
การสมัครเรียน ป.ตรี สำหรับผู้จบการศึกษา ม.6 กศน. ปวช. ปวส. หรือเทียบโอน
ใช้กองทุน กยศ. หรือผ่อนชำระค่าเทอมได้
📌ข้อดี
- 🖌️ จบแล้วได้ skill Certificate เฉพาะทาง
- 🖌️ เรียนจบภายใน 3 ปีครึ่ง
- 🖌️ มีสหกิจศึกษา พร้อมฝึกปฏิบัติงาน ก่อนทำงานจริง
- 🖌️ เรียนต่อเนติบัณฑิตยสภาได้
- 🖌️ สอบตั๋วทนายความได้
- 🖌️ เรียนวิชาเฉพาะด้านที่ทันสมัยกับตัวจริง Guru
- 🖌️ ได้รับการรับรองจาก ก.พ. และ อ.ว.
📌สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ ศูนย์รับสมัครนักศึกษาใหม่ ระดับบัณฑิตศึกษา
- โทร: 0953675508/02-697-6000
- 📥 สอบถามเพิ่มเติม หลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต
- 📌 ID Line : 0953675508
- 📌 IG : law_utcc
- 📌Facebook: UtccLawSchool
มาเป็นครอบครัวหอการค้าด้วยกัน
📌สมัครเรียนง่ายได้ 3 ช่องทาง
- สมัครเรียนออนไลน์ Line : @utcccare (อย่าลืม @) https://lin.ee/x53Mxlf
- หรือ https://admissions.utcc.ac.th/ *สมัครแล้วอย่าลืมทักไลน์นะ
- สมัครด้วยตนเองที่ ศูนย์รับสมัครนักศึกษาใหม่ ม.หอการค้าไทย อาคาร 24 (อาคารสัญลักษณ์) ชั้น 2
ตั้งแต่เวลา 08.30 – 17.00 น. 📌พิกัดการเดินทาง: https://goo.gl/maps/JEY6UvPL8Qh8NyyM9
สอบถามเพิ่มเติม ศูนย์รับสมัครนักศึกษาใหม่ ม.หอการค้าไทย โทร 02-697-6969