เมื่อ AI ขับรถชน ใครต้องติดคุก เจาะลึกความรับผิดทางอาญาในยุครถยนต์ไร้คนขับ

Student blog — 26/01/2026

AI UTCC
เมื่อ AI ขับรถชน ใครต้องติดคุก เจาะลึกความรับผิดทางอาญาในยุครถยนต์ไร้คนขับ
เรื่องใกล้ตัวที่เด็กนิติต้องรู้! สรุปจบใน 5 นาที พร้อมแนวทางศึกษากฎหมายยุคดิจิทัล

เคยสงสัยไหม? ถ้าวันหนึ่งเรานั่งรถยนต์ไร้คนขับ (Autonomous Vehicle) แล้วเราเผลอหลับ หรือนั่งเล่นเกมเพลินๆ แต่จู่ๆ ระบบ AI เกิด Error ขับรถไปชนคนเดินเท้าจนเสียชีวิต… ตำรวจจะจับใคร?

  • จับ ตัวเรา (เจ้าของรถที่นั่งหลับ)?
  • จับ Elon Musk (เจ้าของบริษัทรถ)?
  • จับ Programmer (คนเขียนโค้ด AI)?
วันนี้ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จะพามาแกะรอยปัญหากฎหมายสุดล้ำ ที่กำลังเป็น Hot Topic ทั่วโลก เพื่อให้น้องๆ ม.ปลาย และชาวนิติศาสตร์ ได้อัปสกิลก่อนใคร!
เช็กให้ชัวร์! รถที่คุณนั่งอยู่ Level ไหน? (SAE Levels)
ก่อนตอบว่าใครติดคุก ต้องตอบให้ได้ก่อนว่า “ความสามารถ” ของรถคันนั้นอยู่ในระดับไหน? เพราะตามมาตรฐานสากล (SAE) เขาแบ่งความล้ำออกเป็น 6 ระดับ ซึ่งส่งผลต่อ “ความรับผิดทางกฎหมาย” โดยตรง!

เมื่อ AI ขับรถชน ใครต้องติดคุก เจาะลึกความรับผิดทางอาญาในยุครถยนต์ไร้คนขับ

ที่มา: maas-middleeas
Level 0-2 (Driver Support):
  • คืออะไร: ระบบช่วยขับพื้นฐาน เช่น Cruise Control หรือ Tesla Autopilot ในปัจจุบัน
  • ใครรับผิด: คนขับ 100% เพราะระบบแค่ “ช่วย” ไม่ได้ “ขับแทน”
Level 3 (Conditional Automation): จุดเปลี่ยนสำคัญ!
  • คืออะไร: รถขับเองได้ในบางสถานการณ์ (เช่น รถติดบนทางด่วน) เราละสายตาได้ชั่วคราว แต่… ถ้าเครื่องร้องเตือน คนต้องกลับมาขับทันที
  • ใครรับผิด: เป็น พื้นที่สีเทา ถ้าระบบไม่เตือน = ผู้ผลิตผิด / แต่ถ้าระบบเตือนแล้วคนเหม่อ = คนผิด
Level 4-5 (High/Full Automation):
  • คืออะไร: Robotaxi หรือรถที่ไม่มีพวงมาลัยเลย (Level 5) หลับยาวๆ ได้เลย
  • ใครรับจบ: ผู้ผลิต และ คนเขียนโค้ด (เพราะมนุษย์เป็นแค่ผู้โดยสาร)
หลักการ “เจตนา” vs “ประมาท” หัวใจของกฎหมายอาญา
ก่อนจะไปดูว่าใครติดคุก เราต้องเข้าใจหลักกฎหมายอาญาพื้นฐาน (มาตรา 59) กันก่อน:
  • เจตนา: คือ ตั้งใจทำ ตั้งใจชน
  • ประมาท: คือ ไม่ได้ตั้งใจ แต่ไม่ระมัดระวังตามวิสัยที่ควรจะเป็น
ปัญหาจึงอยู่ที่ “AI ไม่ใช่คน” ตามกฎหมายไทย ดังนั้นในปัจจุบัน AI จึงรับผิดทางอาญาไม่ได้ ดังนั้น หวยจึงมักจะไปออกที่ “มนุษย์” ที่เกี่ยวข้องครับ
3 Scenario: ใครต้องรับผิด?
เมื่อเราเข้าใจ Level แล้ว มาดูกันว่ากฎหมายไทยจะปรับใช้ยังไงในแต่ละกรณี:
กรณีที่ 1: ขับ Tesla เปิด Autopilot แล้วชน (Level 2)
  • สถานการณ์: A เปิดระบบช่วยขับ แล้วนั่งไถ TikTok จนรถพุ่งชนท้ายคันหน้า
  • คำตัดสิน: A (คนขับ) มีความผิดฐาน “กระทำโดยประมาท” ตามประมวลกฎหมายอาญา เพราะ Level 2 กฎหมายถือว่า “หน้าที่ในการควบคุมรถยังอยู่ที่มนุษย์” การที่คุณละสายตา = คุณขาดความระมัดระวังครับ
กรณีที่ 2: ขับรถยุคใหม่ ระบบรวนไม่ยอมคืนการควบคุม (Level 3)
  • สถานการณ์: รถขับเองอยู่ดีๆ ระบบ Error แต่ “ไม่แจ้งเตือน” ให้คนขับรู้ตัว จนเกิดอุบัติเหตุ
  • คำตัดสิน: แบบนี้คนขับอาจรอด! เพราะถือว่าไม่ได้ประมาท เนื่องจากคาดการณ์ไม่ได้ ความรับผิดจะวิ่งไปที่ “บริษัทรถยนต์” ทันที ซึ่งนี่คืองานยากของนักกฎหมายในการพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ (Forensic) ว่าระบบล่มจริงหรือไม่
กรณีที่ 3: Robotaxi ไร้คนขับ (Level 5)
  • สถานการณ์: นั่งรถแท็กซี่ AI ไม่มีคนขับ แล้วรถชนคนเดินเท้า
  • คำตัดสิน: ผู้โดยสารไม่มีความผิดแน่นอน (เพราะไม่ได้คุมรถ) ประเด็นจะไปอยู่ที่ “ความรับผิดทางผลิตภัณฑ์” (Product Liability) ของผู้ผลิต ซึ่งในอนาคต กฎหมายไทยอาจต้องพิจารณาเพิ่มเติมกฎหมายในประเด็นเรื่อง “สถานะบุคคลของ AI” ว่าจะให้ AI รับผิดเองได้หรือไม่? หรือต้องมีกองทุนประกันภัยเฉพาะสำหรับ CAV?
⚖️ ช่องโหว่ของกฎหมายไทย… โอกาสของนักกฎหมายรุ่นใหม่
ต้องยอมรับความจริงว่า ประมวลกฎหมายอาญาที่เราใช้กันอยู่ ร่างขึ้นในสมัยที่คำว่า “ปัญญาประดิษฐ์” ยังไม่มีในพจนานุกรม เมื่อโลกกระโดดเข้าสู่ยุค AI Level 5 แต่กฎหมายยังวิ่งไล่ตามด้วยความเร็วเท่าเดิม จึงเกิด “สูญญากาศทางกฎหมาย” (Legal Vacuum) ที่คำตอบว่า ใครผิด? ยังคงเลือนราง

แต่นี่ไม่ใช่ทางตัน… แต่มันคือ “พื้นที่ว่างสำหรับฮีโร่” โลกยุคต่อไป ไม่ได้ต้องการแค่นักกฎหมายที่ “ท่องจำ” ตัวบทได้แม่นยำ แต่โลกกำลังโหยหา “นักกฎหมายไฮบริด” (Hybrid Lawyer) ที่เข้าใจทั้งตรรกะของ Code และหัวใจของ Law เพื่อเข้ามาร่างกติกาใหม่ให้กับสังคม

ที่ คณะนิติศาสตร์ ม.หอการค้าไทย เราเตรียมพื้นที่นี้ไว้ให้คุณ เราไม่ได้สอนแค่ให้คุณ เดินตาม กฎหมายที่มีอยู่ แต่เราจะติดอาวุธทางปัญญา ให้คุณพร้อมที่จะ “ออกแบบ” ความยุติธรรมในโลกอนาคต

อย่ารอให้โลกเปลี่ยนกฎหมาย… มาเป็นนักกฎหมายที่เปลี่ยนโลกกันดีกว่า!

📌 หากคุณต้องการเป็นนักกฎหมายที่มีทั้ง “ความรู้ทางกฎหมาย” และ “วิสัยทัศน์เพื่อโลกและสังคม” — เรียนต่อที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คือทางเลือกที่คุณไม่ควรพลาด!

📞 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสมัครเรียน ตามรายละเอียดข้างล่าง

การสมัครเรียน ป.ตรี สำหรับผู้จบการศึกษา ม.6 กศน. ปวช. ปวส. หรือเทียบโอน
ใช้กองทุน กยศ. หรือผ่อนชำระค่าเทอมได้

📌ข้อดี

  • 🖌️ จบแล้วได้ skill Certificate เฉพาะทาง
  • 🖌️ เรียนจบภายใน 3 ปีครึ่ง
  • 🖌️ มีสหกิจศึกษา พร้อมฝึกปฏิบัติงาน ก่อนทำงานจริง
  • 🖌️ เรียนต่อเนติบัณฑิตยสภาได้
  • 🖌️ สอบตั๋วทนายความได้
  • 🖌️ เรียนวิชาเฉพาะด้านที่ทันสมัยกับตัวจริง Guru
  • 🖌️ ได้รับการรับรองจาก ก.พ. และ อ.ว.

📌สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ ศูนย์รับสมัครนักศึกษาใหม่ ระดับบัณฑิตศึกษา

  • โทร: 0953675508/02-697-6000
  • 📥 สอบถามเพิ่มเติม หลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต
  • 📌 ID Line : 0953675508
  • 📌 IG : law_utcc
  • 📌Facebook: UtccLawSchool

มาเป็นครอบครัวหอการค้าด้วยกัน

📌สมัครเรียนง่ายได้ 3 ช่องทาง

  • สมัครเรียนออนไลน์ Line : @utcccare (อย่าลืม @) https://lin.ee/x53Mxlf
  • หรือ https://admissions.utcc.ac.th/ *สมัครแล้วอย่าลืมทักไลน์นะ
  • สมัครด้วยตนเองที่ ศูนย์รับสมัครนักศึกษาใหม่ ม.หอการค้าไทย อาคาร 24 (อาคารสัญลักษณ์) ชั้น 2
    ตั้งแต่เวลา 08.30 – 17.00 น. 📌พิกัดการเดินทาง: https://goo.gl/maps/JEY6UvPL8Qh8NyyM9

สอบถามเพิ่มเติม ศูนย์รับสมัครนักศึกษาใหม่ ม.หอการค้าไทย โทร 02-697-6969

แชร์บทความนี้
โปรโมชั่นแนะนํา

หลักสูตร