งานวิจัย

การวิจัยเรื่อง มาตรการทางการเงินและการคลังเพื่อการอนุรักษ์บ้านไม้เก่าเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน : กรณีศึกษาอำเภอเชียงคาน

บทคัดย่อ

ในปัจจุบันอำเภอเชียงคานเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวเชิงมรดกทางวัฒนธรรมที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเพราะเป็นเมืองโบราณที่มีเอกลักษณ์พิเศษคือบ้านไม้เก่าริมฝั่งโขงที่สะท้อนถึงศิลปะ การก่อสร้างและวิถีชีวิตอันเรียบง่าย เมื่อพื้นที่ต้องรองรับนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก บ้านไม้เก่าหลายหลังจึงถูกทำลาย หรือ ดัดแปลงใหม่เพื่อรองรับรสนิยมของนักท่องเที่ยว ประกอบกับชาวบ้านบางรายก็ขาด ทุนทรัพย์ในการดูแลซ่อมแซม ด้วยงบประมาณอันจำกัดของทางเทศบาลทำให้สถานการณ์บ้านไม้เก่าของอำเภอเชียงคาน โดยเฉพาะบริเวณถนนชายโขงสุ่มเสี่ยงต่อการถูกทำลายจนสูญเสียเอกลักษณ์ของบ้านไม้เก่า
จากการศึกษาพบว่า ในต่างประเทศมีมาตรการทางการเงินที่สร้างแรงจูงใจในหลายรูปแบบเพื่อให้เจ้าของอาคารเก่าที่ทรงคุณค่าทางมรดกวัฒนธรรมมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ แต่สำหรับประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายหรือมาตรการใดที่เป็นรูปธรรมที่จะให้ความช่วยเหลือและสร้างแรงจูงใจให้แก่เอกชนเจ้าของอาคารเก่าในการอนุรักษ์ศิลปะและมรดกทางวัฒนธรรมของไทย ดังนั้น การอนุรักษ์จึงอยู่ในลักษณะควบคุมฝ่ายเดียวจากภาครัฐมากกว่าการสร้างความร่วมมือจากเอกชน ทำให้บ้านไม้เก่าหลายแห่งในประเทศไทย ที่ทรงคุณค่าทางวัฒนธรรมถูกรื้อถอนหรือดัดแปลงไป
เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงมรดกวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน ผู้วิจัยเสนอว่า ควรนำมาตรการทางเงิน และการคลังมาใช้เพื่อการอนุรักษ์บ้านไม้เก่าที่ทรงคุณค่าทางมรดกวัฒนธรรมในพื้นที่อำเภอเชียงคานโดยกำหนดให้ถนนชายโขงเป็นพื้นที่นำร่อง ด้วยการจัดตั้งองค์กรที่เน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อช่วยระดมเงินทุนและความช่วยเหลืออื่นๆ นอกจากนี้ เทศบาลตำบลเชียงคานควรให้ความช่วยเหลือทางการเงินด้วยการให้เปล่าหรือให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีในรูปแบบของภาษีโรงเรือนและที่ดินแก่เจ้าของบ้านไม้เก่า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้สอยอาคาร เช่น ใช้เพื่อการอยู่อาศัยหรือเพื่อประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ มาตรการเหล่านี้จะช่วยส่งเสริมให้ภาคเอกชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมเพิ่มมากขึ้น ตลอดจน ควรมีการนำระบบการจัดเก็บค่าธรรมเนียมอื่นๆมาใช้ เช่น ค่าธรรมเนียมที่จัดเก็บจากนักท่องเที่ยว หรือ ค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์ ซึ่งจะช่วยระดมเงินทุนเพื่อการอนุรักษ์และแก้ปัญหาข้อจำกัดในด้านงบประมาณ

Abstract

At present, Chiangkhan District is one of the main heritage tourist attractions. It has become widely popular due to its unique feature, namely many old Thai wooden houses and heritage building, on the bank of Me Kong River which reflect its architectural heritage and simple lifestyle. As a consequence of the increasing number of tourists visiting this heritage site, many wooden houses have been torn down or modified to cater for modern tourists’ tastes. Also, in some cases, houses’ owners lack the funding to keep up the maintenance. With limitation of municipal financial resources, the situation of wooden Thai houses in Chiangkhan District is not very promising and very precarious to identity changes, particularly in the area of the road on the bank of Me Kong River.
The study found that many countries offer a good number of financial incentives for the owners of historic buildings to encourage their participation in the preservation scheme. However, in Thailand, there is a lack of concrete measure or incentive to help preserve Thai art and cultural heritage, directed at the owners of the historic buildings. Hence, it is rather one-side preservation control by the government, and not very encouraging participation from people in the community. This has caused many historic Thai houses to be torn down or demolished.

In order to promote sustainable cultural and heritage-based tourism, the researchers suggest the implementation of financial incentives to preserve historic old houses in the area of Chiangkhan District by establishing community-based organization to seek funding and contribution. Besides, Chiangkhan Municipality should offer monetary grants and tax incentives in terms of house and building tax to the house owner based on types of property uses; commercial and non-commercial purpose. This will help encourage greater private sector participation in heritage preservation. In addition, other types of fees; namely, tourist entrance fee or museum entrance fee, should be introduced to raise fund for heritage preservation and solve the problem of financial constraint.