งานวิจัย

งานวิจัยเรื่อง โครงการ การวิเคราะห์ระบอบระหว่างประเทศว่าด้วยการเข้าถึงและการแบ่งปันผลประโยชน์ จากทรัพยากรชีวภาพภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพและข้อเสนอ สำหรับประเทศไทย

 

บทคัดย่อ

ความสำคัญในเชิงพาณิชย์ของทรัพยากรชีวภาพที่เป็นผลมาจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีชีวภาพผลักดันให้ภาคอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพเร่งสำรวจทรัพยากรชีวภาพ (Bioprospecting) ในพื้นที่ที่เป็นแหล่งความหลากหลายทางชีวภาพซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ในประเทศกำลังพัฒนา เป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่ผลักดันให้ประชาคมโลกต้องเร่งจัดทำกฎระเบียบเพื่อกำกับการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพ อนุสัญญาความหลากหลายทางชีวภาพ ค.ศ.1992    ซึ่งมีประเทศเข้าเป็นภาคีเป็นจำนวนมาก รวมทั้งแนวปฏิบัติกรุงบอนน์ที่กำหนดรายละเอียดของการปฏิบัติตามหลักการของอนุสัญญาความหลากหลายทางชีวภาพ แต่จากสภาพปัญหาและข้อจำกัดบางประการทำให้ประเทศภาคีสมาชิกบางส่วนเสนอให้จัดทำระบอบระหว่างประเทศว่าด้วยการเข้าถึงและแบ่งปันผลประโยชน์ (International Regime on Access and Benefit-sharing) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของอนุสัญญาความหลากหลายทางชีวภาพอย่างแท้จริง

ในเวทีเจรจาเพื่อจัดทำระบอบระหว่างประเทศฯ ซึ่งเปิดโอกาสให้ประเทศต่างๆ รวมทั้งองค์กร   ที่เกี่ยวข้องเสนอความคิดเห็นต่อมาตรการของระบอบระหว่างประเทศฯ ได้แสดงให้เห็นถึงความคิดเห็นที่แตกต่างของแต่ละประเทศในมาตรการของระบอบระหว่างประเทศฯ จนทำให้การเจรจาเกิดความ    ชะงักงันและเกรงกันว่าการเจรจาเพื่อจัดทำระบอบระหว่างประเทศฯ จะแล้วเสร็จไม่ทันตามกำหนดภายใน ค.ศ.2010 เหตุผลสำคัญประการหนึ่งของความคิดเห็นที่แตกต่างกันดังกล่าวคือ ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากระบอบระหว่างประเทศฯ กล่าวโดยรวม คือ ฝ่ายที่เป็นผู้ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีชีวภาพไม่ต้องการให้ระบอบระหว่างประเทศฯ มีผลกระทบต่อการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพ หรือให้มีผลกระทบน้อยที่สุด และพยายามเสนอให้ใช้ระบบที่มีอยู่ในปัจจุบันแทนการก่อตั้งระบบใหม่ เช่น ให้ผู้ขอเข้าถึงและประเทศผู้ให้เข้าถึงเจรจาตกลงกันภายใต้หลักกฎหมายสัญญา เป็นต้น นอกจากนี้ยังพยายามไม่ให้ระบอบระหว่างประเทศฯ มีผลกระทบต่อระบบทรัพย์สินทางปัญญาอีกด้วย

แต่ในอีกด้านหนึ่งซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศกำลังพัฒนาและมีความสมบูรณ์ของทรัพยากรชีวภาพ ได้พยายามผลักดันระบอบระหว่างประเทศฯ ให้มีสภาพบังคับอย่างแท้จริง เพื่อแก้ไขปัญหาความไร้ประสิทธิภาพของกลไกตาม CBD และแนวปฏิบัติกรุงบอนน์ และเสนอมาตรการเสริมอีกหลายประการ โดยเฉพาะมาตรการเปิดเผยข้อมูลแหล่งที่มาของทรัพยากรชีวภาพที่นำมาใช้ในนวัตกรรมที่ขอรับความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา โดยเฉพาะสิทธิบัตร และเสนอระบบเอกสารรับรอง (Certificate System) และมาตรการของประเทศผู้ใช้ (User Measures) เพื่อให้เป็นกลไกที่ประเทศผู้ให้เข้าถึงทรัพยากรชีวภาพจะสามารถติดตามตรวจสอบการเข้าถึงและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพว่าเป็นไปตามกฎหมายภายในของประเทศผู้ให้เข้าถึง หรือเป็นไปตามข้อตกลงแบ่งปันผลประโยชน์ที่ทำไว้หรือไม่

งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยต่อเนื่องจากงานวิจัยก่อนหน้านี้ ได้แก่ “การเข้าถึงและการแบ่งปันผลประโยชน์จากทรัพยากรพันธุกรรมพืช: ข้อเสนอเชิงนโยบายสำหรับประเทศไทย”, “ระบบเอกสารรับรองในกระบวนการแบ่งปันผลประโยชน์ภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ”  โดยมีความมุ่งหมาย 2 ส่วนใหญ่ๆ ส่วนแรกคือต้องการศึกษาการเจรจาเพื่อจัดทำระบอบระหว่างประเทศฯ วิเคราะห์ผลกระทบของข้อเสนอมาตรการต่างๆ ของระบอบระหว่างประเทศฯ ที่มีต่อกฎหมายภายในของประเทศไทย รวมทั้งเสนอแนะจุดยืนและยุทธศาสตร์ในการเจรจา ตลอดจนการวางแผนเพื่อรองรับผลกระทบของมาตรการของระบอบระหว่างประเทศฯ โดยงานวิจัยนี้ได้แบ่งออกเป็น 5 บท ในบทแรกจะเป็นการให้ภาพรวมของระบอบระหว่างประเทศฯ และสถานะปัจจุบันของการเจรจา โดยจะกล่าวถึงหลักการและแนวคิดของระบอบระหว่างประเทศฯ ซึ่งจะแสดงให้เห็นความสำคัญของทรัพยากรชีวภาพและพัฒนาการของ CBD และแนวปฏิบัติกรุงบอนน์มาจนถึงการเจรจาเพื่อจัดทำระบอบระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการแสดงให้เห็นถึงสถานะปัจจุบันของการเจรจาทั้งในระดับคณะทำงานเฉพาะกิจว่าด้วยการเข้าถึงและแบ่งปันผลประโยชน์ และระดับคณะผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคและกฎหมาย

ในบทที่สองจะกล่าวถึงประสบการณ์การบริหารจัดการการเข้าถึงและแบ่งปันผลประโยชน์ในระดับประเทศ ได้แก่ ประเทศบราซิล อินเดีย ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย และแคนาดา ในระดับภูมิภาค ได้แก่ กลุ่มประเทศแอฟริกา อาเซียน ภูมิภาคแอนเดี้ยน โดยเทียบเคียงให้เห็นหลักการสำคัญๆ ของนโยบายและกฎเกณฑ์ในการบริหารจัดการทรัพยากรชีวภาพ อาทิ ขอบเขตของทรัพยากรชีวภาพ การควบคุมการเข้าถึง การแบ่งปันผลประโยชน์ สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งการศึกษาดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของกลไกทางกฎหมายในการบริหารจัดการทรัพยากรชีวภาพ และเป็นเหตุผลหนึ่งที่ผลักดันให้ประเทศกำลังพัฒนาส่วนใหญ่เรียกร้องให้มีระบอบระหว่างประเทศฯ เพื่อเป็นกลไกระดับสากลในการบริหารจัดการทรัพยากรชีวภาพ

ในบทที่สามจะกล่าวในรายละเอียดของประเด็นพิจารณาที่สำคัญในการเจรจาเพื่อจัดทำระบอบระหว่างประเทศฯ โดยในส่วนแรกจะเป็นการวิเคราะห์ประเด็นในร่างที่ใช้ในการเจรจา (Negotiation of Operational Text) ที่จะใช้ในการประชุมคณะทำงานเฉพาะกิจฯ ครั้งที่ 8 ที่ประเทศแคนาดาในระหว่างวันที่ 9-15 พฤศจิกายน พ.ศ.2552 รวมทั้งผลกระทบของข้อเสนอในรูปแบบต่างๆ ต่อประเทศไทย อันจะนำไปสู่การกำหนดจุดยืนและยุทธศาสตร์ในการเจรจาของประเทศไทยต่อไป อีกส่วนหนึ่งจะกล่าวถึงประเด็นความสัมพันธ์ของระบอบระหว่างประเทศฯ กับข้อตกลงระหว่างประเทศอื่น อาทิ ITPGRFA, TRIPS, UPOV, ATS, UNCLOS ซึ่งจะแสดงให้เห็นความเชื่อมโยงของระบอบระหว่างประเทศฯ และข้อตกลงระหว่างประเทศดังกล่าว รวมทั้งการทับซ้อนและช่องว่างของสภาพบังคับที่อาจเกิดขึ้น ข้อวิเคราะห์ดังกล่าวจะนำไปสู่ผลสังเคราะห์รูปแบบที่เหมาะสมของระบอบระหว่างประเทศฯ ที่มีต่อทรัพยากรที่อยู่ภายใต้ข้อตกลงระหว่างประเทศอื่น

ในบทที่สี่จะศึกษาความสัมพันธ์ของระบอบระหว่างประเทศฯ ที่มีต่อการบริหารจัดการทรัพยากรชีวภาพในประเทศไทย การศึกษาจะแสดงให้เห็นถึงสถานะทางกฎหมายของทรัพยากรชีวภาพตามกฎหมายภายในของประเทศไทย มาตรการทางกฎหมายที่ประเทศไทยนำมาใช้ในการบริหารจัดการทรัพยากรชีวภาพ ได้แก่ กฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืช กฎหมายคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย และร่างระเบียบคณะกรรมการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพแห่งชาติว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเข้าถึง และการได้รับผลประโยชน์ตอบแทนจากทรัพยากรชีวภาพ พ.ศ… นอกจากนี้ยังได้วิเคราะห์เชื่อมโยงไปยังร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขออนุญาตเก็บ จัดหา หรือรวบรวมพันธุ์พืชพื้นเมืองทั่วไปหรือพันธุ์พืชป่า เพื่อการปรับปรุงพันธุ์ ศึกษา ทดลอง หรือวิจัยเพื่อประโยชน์ในทางการค้าและการทำข้อตกลงแบ่งปันผลประโยชน์ พ.ศ…. และร่างข้อตกลงแบ่งปันผลประโยชน์ในการใช้ประโยชน์จากพันธุ์พืช และ/หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของพันธุ์พืชพื้นเมืองทั่วไปพันธุ์พืชป่าเพื่อการค้าของกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ฯ ซึ่งออกตามความในกฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืช จากนั้นจะได้วิเคราะห์การบริหารจัดการทรัพยากรชีวภาพของประเทศไทยภายใต้กรอบมาตรการของระบอบระหว่างประเทศฯ ซึ่งจะกล่าวถึงผลกระทบของระบอบระหว่างประเทศฯ ในด้านสังคม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม และผลกระทบต่อมาตรการทางกฎหมายตามกฎหมายภายในของประเทศไทย

ในบทที่ห้าจะกล่าวถึงยุทธศาสตร์และการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยต่อระบอบระหว่างประเทศ ซึ่งจะเสนอผลสังเคราะห์กรอบโครงสร้างระบอบระหว่างประเทศฯ ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย ผลกระทบต่อประเทศไทยในภาพรวมทั้งผลกระทบในเชิงบวกและผลกระทบในเชิงลบของระบอบระหว่างประเทศฯ ซึ่งจะนำไปสู่ข้อเสนอในการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยต่อระบอบระหว่างประเทศฯ ข้อวิเคราะห์และผลสังเคราะห์ดังกล่าวจะแสดงให้เห็นจุดยืนที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย และยุทธศาสตร์ของประเทศไทยในเวทีเจรจาจัดทำระบอบระหว่างประเทศฯ ตามความเห็นของคณะผู้วิจัย รวมทั้งยุทธศาสตร์ในการเตรียมความพร้อมภายในประเทศเพื่อรองรับระบอบระหว่างประเทศฯ