งานวิจัย

งานวิจัย “โครงการให้คำปรึกษา การปรับสภาพธุรกิจ และยุทธศาสตร์ เพื่อการแข่งขันอย่างยั่งยืน”

บทคัดย่อ

ปัจจุบันโรงงานยาสูบเป็นรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงการคลังที่ไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคล ทำให้โรงงานยาสูบไม่สามารถทำนิติกรรมได้ด้วยตนเอง ส่งผลให้การบริหารงานขาดความคล่องตัวและไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ดังนั้นโรงงานยาสูบจึงควรเปลี่ยนฐานะเป็นนิติบุคคลภายใต้รูปแบบและกระบวนการจัดตั้งที่เหมาะสม โดยสามารถพิจารณาถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องได้ดังนี้

. รูปแบบการจัดตั้งเป็นนิติบุคคล สามารถพิจารณาได้ ๔ รูปแบบ ได้แก่ (๑) การตราพระราชบัญญัติ (๒) การตราพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งรัฐวิสาหกิจที่ออกตามความในพระราชบัญญัติว่าด้วยการจัดตั้งองค์การของรัฐบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ (๓) การจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. ๒๕๓๕ และ (๔) การแปลงสภาพตามพระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.๒๕๔๒

สำหรับรัฐวิสาหกิจที่เคยเป็นหน่วยงานธุรกิจที่รัฐบาลเป็นเจ้าของ และต่อมาได้แยกหน่วยงานออกมาโดยจัดตั้งเป็นนิติบุคคล ได้แก่ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (จัดตั้งโดยพระราชบัญญัติสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ. ๒๕๑๗ ที่กำหนดให้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นนิติบุคคล และเป็นรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงการคลัง)

. โครงสร้างตลาด กรณีที่จัดตั้งโดยการตราพระราชบัญญัติ และการตราพระราชกฤษฎีกา สามารถกำหนดในกฎหมายจัดตั้งดังกล่าวให้โรงงานยาสูบมีสิทธิผูกขาดการประกอบอุตสาหกรรมบุหรี่ซิกาแรตได้

แต่การจัดตั้งโดยการจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. ๒๕๓๕ และการแปลงสภาพตามพระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.๒๕๔๒ ไม่สามารถกำหนดสิทธิผูกขาดได้ ทำให้โรงงานยาสูบไม่มีสิทธิผูกขาดและมีฐานะเป็นเพียงผู้ประกอบกิจการ อย่างไรก็ตาม กรณีที่แปลงสภาพตามพระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.๒๕๔๒ นั้น มาตรา ๒๖ ของพระราชบัญญัติดังกล่าวได้ให้อำนาจจัดตั้งคณะกรรมการยาสูบเพื่อกำกับดูแลกิจการ ดังนั้นคณะกรรมการดังกล่าวจึงสามารถกำกับดูแลกิจการและการแข่งขันของตลาดไปในทิศทางที่รัฐต้องการได้

. ความเป็นไปได้ในเชิงกระบวนการ กรณีที่จัดตั้งโดยการตราพระราชบัญญัติ มีโอกาสจัดตั้งสำเร็จน้อยมาก เนื่องจากต้องผ่านความเห็นชอบจากทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ซึ่งในขณะพิจารณา อาจมีการนำประเด็นสุขภาพของผู้สูบบุหรี่มาคัดค้านการจัดตั้งนิติบุคคล

กรณีที่จัดตั้งโดยการตราพระราชกฤษฎีกา มีโอกาสจัดตั้งสำเร็จสูงมาก เนื่องจากพิจารณาโดยคณะรัฐมนตรี ไม่ต้องผ่านความเห็นชอบจาก ๒ สภา ทำให้จัดตั้งได้รวดเร็ว

กรณีที่จัดตั้งโดยการจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. ๒๕๓๕ มีโอกาสจัดตั้งสำเร็จน้อย เนื่องจากอาจมีการต่อต้านในประเด็นเกี่ยวกับการสูญเสียสิทธิในการผูกขาดการประกอบอุตสาหกรรมบุหรี่ซิกาแรต

กรณีที่จัดตั้งโดยการแปลงสภาพตามพระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.๒๕๔๒ มีโอกาสจัดตั้งสำเร็จสูง เนื่องจากแม้ว่าอาจมีการต่อต้านในประเด็นเกี่ยวกับการสูญเสียสิทธิในการผูกขาดการประกอบอุตสาหกรรมบุหรี่ซิกาแรต แต่รัฐสามารถจัดตั้งคณะกรรมการยาสูบตามมาตรา ๒๖ ของพระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ๒๕๔๒ เพื่อกำกับดูแลกิจการและการแข่งขันของตลาดไปในทิศทางที่รัฐต้องการได้

. ประเด็นส่วนขององค์กร ประเด็นที่สำคัญ คือ กรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งการจัดตั้งทั้ง ๔ รูปแบบ สามารถกำหนดให้โรงงานยาสูบที่จัดตั้งเป็นนิติบุคคลมีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ได้

สำหรับกรณีการโอนที่ดินเดิมที่โรงงานยาสูบเคยใช้ประโยชน์หรือที่เคยซื้อด้วยเงินของโรงงานยาสูบเองกลับมาให้โรงงานยาสูบที่จัดตั้งเป็นนิติบุคคลนั้น ในกรณีที่จัดตั้งโดยการตราพระราชบัญญัติ และการตราพระราชกฤษฎีกา หากว่าพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งนิติบุคคลดังกล่าวได้กำหนดหน้าที่ให้กระทรวงการคลังต้องโอนที่ดินเดิมกลับมาให้โรงงานยาสูบ  กระทรวงการคลังก็ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว

กรณีที่จัดตั้งโดยการจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. ๒๕๓๕ หากว่าโรงงานยาสูบต้องการให้กระทรวงการคลังโอนที่ดินเดิมกลับมาให้โรงงานยาสูบ การโอนที่ดินดังกล่าวต้องตราเป็นพระราชกฤษฎีกา

กรณีที่จัดตั้งโดยการแปลงสภาพตามพระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.๒๕๔๒ กระทรวงการคลังมีหน้าที่ต้องโอนที่ดินตามที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติกลับมาให้โรงงานยาสูบ ทั้งนี้เป็นไปตามมาตรา ๒๔ ของพระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ๒๕๔๒

. ประเด็นส่วนของบุคลากร ประเด็นที่สำคัญ คือ พนักงานและลูกจ้างของโรงงานยาสูบจะได้รับสิทธิประโยชน์เท่าเดิมหรือไม่

กรณีที่จัดตั้งโดยการตราพระราชบัญญัติ และการตราพระราชกฤษฎีกา แม้ว่าไม่มีกฎหมายรับรองว่าพนักงานและลูกจ้างจะได้สิทธิประโยชน์ทั้งหมดไม่ต่ำกว่าเดิม แต่ก็สามารถรับรองสิทธิดังกล่าวได้ โดยกำหนดไว้ในพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งนิติบุคคล

กรณีที่จัดตั้งโดยการจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. ๒๕๓๕ ไม่มีกฎหมายรับรองว่าพนักงานและลูกจ้างจะได้สิทธิประโยชน์ทั้งหมดไม่ต่ำกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม พนักงานและลูกจ้างก็จะได้สิทธิประโยชน์ขั้นต่ำไม่น้อยกว่าที่กฎหมายเกี่ยวกับแรงงานรัฐวิสาหกิจได้กำหนดไว้

กรณีที่จัดตั้งโดยการแปลงสภาพตามพระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.๒๕๔๒ มาตรา ๒๕ วรรคสองของพระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้รับรองว่าพนักงานและลูกจ้างจะได้สิทธิประโยชน์ทั้งหมดไม่ต่ำกว่าเดิม นอกจากนี้พนักงานยังมีส่วนร่วมและมีอำนาจต่อรองผลประโยชน์ได้อย่างเป็นทางการ ด้วยการส่งผู้แทนพนักงานเข้าเป็นคณะกรรมการตามมาตรา ๑๖ ของพระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ๒๕๔๒ ทำให้สามารถเสนอข้อคิดเห็นอย่างเต็มที่ รวมถึงมีความชอบธรรมที่จะทำข้อเสนอเพิ่มค่าตอบแทนและผลประโยชน์ของพนักงานได้