งานวิจัย

เรื่อง ปัญหาทางกฎหมายเกี่ยวกับการเปลี่ยนคำนำหน้านาม และชื่อสกุลของหญิงซึ่งสมรสแล้ว

บทคัดย่อ

การใช้คำนำหน้านามและชื่อสกุลของหญิงซึ่งสมรสแล้ว มีจุดมุ่งหมายเพื่อแสดงสถานะของหญิงซึ่งสมรสแล้วทั้งทางด้านกฎหมายและทางด้านสังคม เพื่อให้มีความแตกต่างกับหญิงซึ่งยังไม่ได้สมรส           การใช้ชื่อสกุลของหญิงสมรสแล้วโดยส่วนมากมักเปลี่ยนไปใช้ชื่อสกุลของสามีเพื่อแสดงถึงการยอมรับว่าหญิงนั้นได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวของสามี ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากหลักการสำคัญของคำว่าครอบครัว ที่จะต้องมีความเป็นเอกภาพ หรือความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของครอบครัว การให้อิสระในการเลือกใช้คำนำหน้านามและชื่อสกุลได้โดยอิสระของหญิงซึ่งสมรสแล้ว อาจก่อให้เกิดปัญหาและส่งผลกระทบต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งทางด้านกฎหมาย เช่น การทำนิติกรรมสัญญา ความสัมพันธ์ระหว่างบิดามารดากับบุตร การกระทำความผิดทางอาญา และการจ้างงานตามกฎหมายแรงงาน รวมถึงปัญหาและผลกระทบทางด้านสังคม เช่น การทำงานและการดำเนินชีวิตประจำวัน เป็นต้น

จากการศึกษาค้นคว้าข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนคำนำหน้านามและชื่อสกุลของหญิงซึ่งสมรสแล้ว จากบทความ กฎหมาย ทั้งของต่างประเทศ และประเทศไทย และหลักกฎหมายระหว่างประเทศแล้วพบว่า การใช้คำนำหน้านามหญิงซึ่งสมรสแล้ว เป็นการใช้เพื่อให้เกียรติหญิงซึ่งมีสามีแล้วและครอบครัวของหญิงนั้นโดยไม่จำเป็นต้องมีกฎหมายกำหนดบังคับแต่อย่างใด ส่วนการใช้ชื่อสกุลภายหลังการสมรสแล้วนั้นทั้งกฎหมายของต่างประเทศและกฎหมายของประเทศไทยต่างก็เป็นไปในแนวทางเดียวกันกล่าวคือ แม้กฎหมายหรือแนวทางการปฏิบัติจะเปิดโอกาสให้คู่สมรสมีเสรีภาพในการเลือกใช้ชื่อสกุลได้ตามความสมัครใจ แต่คู่สมรสส่วนมาก เลือกที่จะใช้ชื่อสกุลร่วมกันมากกว่า ไม่ว่าด้วยการเลือกใช้ชื่อสกุลของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง การนำชื่อสกุลของทั้งสองฝ่ายมารวมกัน หรือแม้กระทั่งการตั้งชื่อสกุลขึ้นใหม่แล้วใช้ร่วมกัน   ด้วยเหตุผลการยอมรับและสมัครใจในการรวมกันเป็นครอบครัวเดียวกัน ดังนั้น หากมีการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนคำนำหน้านามและชื่อสกุลของหญิงซึ่งสมรสแล้วโดยกำหนดให้หญิงที่การสมรสสิ้นสุดลงแล้วเท่านั้น สามารถกลับมาใช้นางสาวและชื่อสกุลเดิมได้ตามความสมัครใจ นอกจากจะถือว่าเป็นการเคารพต่อแนวคิดและหลักการของความเป็นครอบครัวแล้ว ยังถือว่าการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายดังกล่าวสอดคล้องกับความเป็นจริงทั้งทางด้านกฎหมาย สังคม ตลอดจนวัฒนธรรมอันดีงามของสังคมไทยอีกด้วย อันจะทำให้การพัฒนาประเทศเป็นไปอย่างราบรื่นและสอดคล้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

Abstract

Women’s change of titles and family names upon marriage is aimed at identifying the differences in legal and social status between married and single women. A married women adopts her husband’s lastname mostly because it indicates her acceptance as being part of the family, owing to the essential concept of united family. To grant married women the freedom of choosing, at will, any titles and family names may not only create legal problems concerning, e.g., legal relationship between parents and child, criminal offences, and employment in accordance with labor laws but also have social impacts on daily life and work, etc.

According to the study of domestic and international articles and laws related to women’s titles and family name changed upon marriage, the use of a woman’s married title, unnecessarily required by law, is to regard with honor and respect the woman herself and her family. Moreover, Thai and foreign laws concerning married name usage are consistent with each other. Although it is allowed by laws or social norms to have freedom lf choosing their married names at will, most married couples tend to share the same last names by taking either of their husband’s or wife’s family name, adopting joint family names, or creating the new ones. It is done by mutual agreement and by the concept of united family. If the law concerning women’s titles and family names changed upon marriage is to be amended in order to allow only those, whose marriage is over, to assume the title of ‘Miss’ and their maiden names; not only is it considered respectful to ideas and principles of family, but it is also conformed to the reality in Thai society in terms of legal, social, and cultural aspects. Therefore, the country can be positively encouraged in its development and national unity.