งานวิจัย

การวิจัยเรื่อง “การใช้สิทธิเลือกตั้งโดยไม่ประสงค์จะลงคะแนน: ศึกษาแนวทางในการพัฒนาและส่งเสริมการใช้สิทธิเลือกตั้งโดยไม่ประสงค์จะลง คะแนนให้กับผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร”

บทคัดย่อ

วิจัยฉบับนี้มุ่งศึกษาถึงแนวทางในการพัฒนาและส่งเสริมการใช้สิทธิเลือกตั้งโดยไม่ประสงค์จะลงคะแนนให้กับผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของประเทศไทย โดยศึกษาแนวคิด เจตนารมณ์ และความเป็นมาของกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงศึกษาปัญหาของการใช้สิทธิเลือกตั้งโดยไม่ประสงค์จะลงคะแนนให้กับผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และนำมาศึกษาเปรียบเทียบกับกลุ่มประเทศต่างๆ อันได้แก่ ประเทศบังกลาเทศ ประเทศแคนาดา และประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อนำรูปแบบและข้อดีของการใช้สิทธิเลือกตั้งโดยไม่ประสงค์จะลงคะแนนให้กับผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในต่างประเทศมาใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาและส่งเสริมการใช้สิทธิไม่ประสงค์จะลงคะแนนให้กับผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย

การศึกษาวิจัยพบว่า ประเทศไทยนับเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าในเรื่องของการใช้สิทธิเลือกตั้งโดยไม่ประสงค์จะลงคะแนนไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรูปแบบในการใช้สิทธิเลือกตั้งโดย ไม่ประสงค์จะลงคะแนนได้แก่ มีการกำหนดช่องไม่ประสงค์จะลงคะแนนไว้อย่างชัดเจนในบัตรเลือกตั้ง การแยกนับบัตรเลือกตั้งไม่ประสงค์จะลงคะแนนออกจากบัตรเลือกตั้งประเภทอื่นโดยไม่ถือว่าเป็นบัตรเสีย และการประกาศผลการนับคะแนนของบัตรเลือกตั้งที่ไม่ประสงค์จะลงคะแนนให้กับสาธารณะชนทราบ นอกจากนี้ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา (ฉบับ 2) พ.ศ. 2554 มาตรา 88 ยังได้กำหนดให้ การใช้สิทธิเลือกตั้งโดยไม่ประสงค์จะลงคะแนนมีผลทางนิตินัย โดยในเขตเลือกตั้งที่มีผู้สมัครรับเลือกตั้งเพียงคนเดียว หากผู้สมัครรับเลือกตั้งได้รับคะแนนเลือกตั้งน้อยกว่าคะแนนของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งโดยไม่ประสงค์จะลงคะแนนให้จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ในเขตเลือกตั้งนั้น อย่างไรก็ดี ผลทางนิตินัยของการใช้สิทธิเลือกตั้งโดยไม่ประสงค์จะลงคะแนนของประเทศไทยยังไม่ครอบคลุมไปถึงการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตเลือกตั้งที่มีผู้สมัครรับเลือกตั้งหลายคนและในระบบบัญชีรายชื่อ

ดังนั้น เพื่อเป็นการพัฒนาและส่งเสริมการใช้สิทธิเลือกตั้งโดยไม่ประสงค์จะลงคะแนนดังกล่าว จึงเห็นควรกำหนดให้มีการขยายผลทางนิตินัยของการใช้สิทธิเลือกตั้งโดยไม่ประสงค์ จะลงคะแนนให้ครอบคลุมออกไปในเขตเลือกตั้งที่มีผู้สมัครรับเลือกตั้งหลายคน โดยกำหนดให้ มีการจัดการเลือกตั้งใหม่ในเขตเลือกตั้งที่มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งโดยไม่ประสงค์จะลงคะแนน มีจำนวนสูงสุดมากกว่าผู้สมัครทุกคนในเขตเลือกตั้งนั้น โดยการจัดการเลือกตั้งใหม่นี้จะไม่จำกัดสิทธิการสมัครของผู้สมัครรับเลือกตั้งเดิมที่จะลงสมัครในการเลือกตั้งครั้งใหม่ และให้นำเอาแนวคิดของการจำกัดหรือสิ้นสุดการจัดการเลือกตั้งครั้งใหม่ตามมาตรา 88 วรรค 3 และ4 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา (ฉบับ 2) พ.ศ. 2554 มาใช้โดยอนุโลม ทั้งนี้เพื่อให้การใช้สิทธิไม่ประสงค์จะลงคะแนนให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในประเทศไทยบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ได้วางไว้

01

ABSTRACT

This research aims to study the path in developing and promoting “right to no vote” for candidates of Members of the House of Representative in Thailand. It explores idea, spirit and history of related laws and problems which concern this issue comparing with international experiences, such as Bangladesh, Canada and the United States. Then, it will adopt patterns with advantages, and disadvantages of those experiences and apply to Thai practices.

After studying, This study found that Thailand has some advancements in this matter. These progresses include forms of “right to no vote” which indicate “no vote” option on the ballot paper, separation of counting ballet paper between “no vote” and others without spoiled ballots, and announcement of “no vote” ballot paper to public. Besides, according to the fundamental law or election of Member of the House of Representative and senators (2) B.E. 2554, Article 88 assigns that “right to no vote” has legal effect if any constituency has only one applicant and receives fewer votes than the votes cast, it must set a new election in that constituency. However, the result of “right to no vote” in Thailand has not covered the constituency that has many candidates and party list.

Therefore, This study suggests that the legal effect of “right to no vote” should be extended to the constituency that has many candidates by setting a new election in a case that such constituency has total “right to no votes” over total candidates. This new election will not limit the right of old candidates to apply this new election. A proceeding concerning election cancellation according to article 88 paragraphs 3 and 4 of the fundamental law of election Members of the House of Representative and senators (2) B.E. 2554 will be adopted to make the “right to no vote” reach the ultimate purpose.